แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมลงสนามพบกับ แอตเลติโก มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยมีโจทย์สำคัญที่ต้องเผชิญ นั่นคือการลบสถิติที่ไม่เคยเอาชนะทัพตราหมีในเกมอย่างเป็นทางการตลอดประวัติศาสตร์การพบกัน แม้ทั้งสองทีมจะเคยดวลกันมาแล้วหลายครั้ง แต่ชัยชนะของปีศาจแดงยังคงเป็นสิ่งที่รอคอยมานานกว่า 35 ปี ทำให้เกมนี้ไม่ใช่แค่การแย่งชิงสามคะแนน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร
ย้อนรอยสถิติ แมนยู ปะทะ แอตเลติโก มาดริด
หากนับเฉพาะการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ทั้งสองทีมพบกันทั้งหมด 4 นัด โดย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้เพียงเสมอ 2 นัด และแพ้ 2 นัด ยิงได้ 2 ประตู เสีย 6 ประตู สถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของปีศาจแดงในการรับมือกับทีมจากสเปนรายนี้ โดยยังไม่เคยยิงได้เกินหนึ่งประตูต่อเกมเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ผลการแข่งขันทั้ง 4 นัด ประกอบด้วย วันที่ 23 ตุลาคม 1991 แอตเลติโก มาดริด ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-0 ก่อนที่นัดสองวันที่ 6 พฤศจิกายนปีเดียวกัน ทั้งคู่จะเสมอกัน 1-1 จากนั้นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2021/22 ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ที่สเปน เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2022 ก่อนที่ แอตเลติโก จะบุกชนะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 1-0 ในวันที่ 15 มีนาคม 2022 ส่งผลให้ทีมดังจากอังกฤษต้องยุติเส้นทางในรายการดังกล่าว
สองครั้งในรอบน็อกเอาต์ ปีศาจแดงถูกตราหมีเขี่ยตกรอบ
สิ่งที่ทำให้สถิติการพบกันครั้งนี้เจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม คือการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องตกรอบจากน้ำมือของ แอตเลติโก มาดริด ทั้งสองครั้งที่พบกันในรอบน็อกเอาต์ เริ่มตั้งแต่ปี 1991 ซึ่งปีศาจแดงพ่ายด้วยสกอร์รวม 1-4 ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกครั้งในปี 2022 ด้วยสกอร์รวม 1-2
ย้อนกลับไปในปี 1991 แม้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะเพิ่งพาทีมคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ ด้วยการเอาชนะ บาร์เซโลน่า ในฤดูกาลก่อนหน้า แต่ก็ไม่สามารถพาทีมผ่านด่านแอตเลติโกได้ โดย เปาโล ฟูเตร ทำผลงานโดดเด่นด้วยการยิงสองประตูในเกมแรก ก่อนที่แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องหยุดเส้นทางตั้งแต่รอบสองและหมดโอกาสป้องกันแชมป์
สำหรับสองประตูที่ปีศาจแดงทำได้ในเกมอย่างเป็นทางการ มาจาก มาร์ค ฮิวจ์ส ในปี 1991 และ แอนโธนี่ อีลังก้า ในปี 2022 ซึ่งทั้งสองเกมจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 นั่นหมายความว่า แม้แมนฯ ยูไนเต็ด จะสามารถเจาะตาข่ายคู่แข่งได้ แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะเปลี่ยนผลการแข่งขันให้กลายเป็นชัยชนะ
เกมอุ่นเครื่องปี 2026 จุดประกายความหวังให้แมนยู
อย่างไรก็ตาม หากนับรวมการแข่งขันอุ่นเครื่อง สถิติการพบกันของทั้งสองทีมจะเปลี่ยนไป โดยเคยเจอกันเพิ่มอีกสองครั้ง เริ่มจากวันที่ 30 กรกฎาคม 2022 ซึ่งแอตเลติโก มาดริด เอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 ที่สนามอุลเลวาล ประเทศนอร์เวย์ ก่อนที่การพบกันในวันที่ 1 สิงหาคม 2026 จะลงเอยด้วยชัยชนะของปีศาจแดง 2-1 ที่สนามสตรอว์เบอร์รี่ อารีน่า ประเทศสวีเดน
เกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุด ไบรอัน เอ็มเบอโม่ กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญ หลังทำคนเดียวสองประตูในนาทีที่ 53 จากจุดโทษ และนาทีที่ 74 ช่วยให้แมนฯ ยูไนเต็ด พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะได้สำเร็จ นับเป็นชัยชนะเหนือแอตเลติโกครั้งแรกของทีม หากรวมการแข่งขันทุกประเภท แต่ชัยชนะดังกล่าวยังไม่สามารถลบสถิติไร้ชัยในเกมอย่างเป็นทางการได้
เมื่อรวมการแข่งขันทั้งหมด 6 นัด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีผลงานชนะ 1 เสมอ 2 และแพ้ 3 นัด แม้ตัวเลขจะเริ่มดีขึ้นจากชัยชนะในเกมอุ่นเครื่อง แต่การลงสนามในรายการอย่างเป็นทางการยังคงเป็นบททดสอบที่แตกต่างออกไป เพราะทั้งสองทีมต่างต้องแข่งขันภายใต้แรงกดดันและมีเป้าหมายในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
ไมเคิล คาร์ริก กับโอกาสสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามองคือ ไมเคิล คาร์ริก ซึ่งเคยมีประสบการณ์ที่ดีกับการพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเยือนสเปนมาแล้ว สมัยรับหน้าที่ผู้จัดการทีมรักษาการในเดือนพฤศจิกายน 2021 เขาพาทีมบุกเอาชนะ บียาร์เรอัล 2-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จากประตูของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เจดอน ซานโช่ พร้อมคว้าตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ
ประสบการณ์ดังกล่าวอาจเป็นแรงกระตุ้นให้คาร์ริกเชื่อมั่นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสทำผลงานได้ดีบนแผ่นดินสเปนอีกครั้ง แต่การเผชิญหน้ากับแอตเลติโก มาดริด ย่อมเป็นงานที่ท้าทาย เพราะทีมตราหมีเคยแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถรับมือกับปีศาจแดงได้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน
หากคาร์ริกสามารถนำทีมคว้าชัยชนะในเกมอย่างเป็นทางการได้สำเร็จ เขาจะสร้างผลงานสำคัญด้วยการพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปลดล็อกสถิติที่ค้างคามานาน และเพิ่มความมั่นใจให้กับทีมในการเดินหน้าแข่งขันบนเวทียุโรป ขณะเดียวกัน หากยังไม่สามารถคว้าชัยได้ สถิติที่ไม่เป็นใจนี้ก็จะยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ปีศาจแดงต้องหาทางแก้ไขต่อไป
ท้ายที่สุด การพบกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ แอตเลติโก มาดริด จึงมีความหมายมากกว่าผลการแข่งขันเพียงหนึ่งนัด เพราะนี่คือโอกาสที่ปีศาจแดงจะพิสูจน์ตัวเอง ลบภาพจำจากความผิดหวังในอดีต และเปลี่ยนสถิติที่ยาวนานให้กลายเป็นประวัติศาสตร์บทใหม่ คำถามสำคัญคือ ไมเคิล คาร์ริก จะพาทีมทำสำเร็จหรือไม่ ต้องติดตามผลการแข่งขันในสนาม
วิเคราะห์หลังเกม อตาลันต้า พบ เวเนเซีย 3-1 ซาร์รี่ปรับแท็กติกใหม่ ปลดล็อกชัยชนะสำคัญ
อันโตนิโอ นูซ่า เนื้อหอม! 3 ทีมพรีเมียร์ลีกสนใจ แอร์เบ ไลป์ซิก ตั้งค่าตัว 70 ล้านยูโร
🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉https://line.me/R/ti/p/@pzz9






إرسال تعليق